ศึกษาการขับร้องกับการตีโทน และกลองชาตรี ในละครชาตรีเรื่องพระสุธนมโนราห์

ศิลปนิพนธ์เรื่อง การขับร้องกับการตีโทน และกลองชาตรี ในละครชาตรี เรื่อง พระสุธนมโนราห์ การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ศึกษาประวัติ บทบาท หน้าที่กลวิธี ความสัมพันธ์ของการขับร้องกับจังหวะหน้าทับและบันทึกเป็นโน้ตไทย โดยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารตำรา งานวิจัย และเก็บข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดุริยางคศิลป์ ดังมีผลการวิจัยดังนี้ ผลจากการวิจัยพบว่า ละครชาตรีเป็นละครที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และเป็นที่นิยมเล่นในแถบภาคใต้ของประเทศไทย โดยมี โทน และกลองชาตรี เป็นเครื่องกำกับจังหวะหน้าทับที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละเพลง ส่วนการร้องจะใช้การร้องร่ายเป็นหลักในการดำเนินเรื่อง ซึ่งการร้องประเภทนี้จะต้องเน้นหนักในเรื่องของอารมณ์ช้าเร็ว จากนั้นทางสำนักการสังคีต กรมศิลปากรได้มีการพัฒนาและปรับปรุงละครชาตรีให้แตกต่างจากละครชาตรีแก้บนทั่วไป โดยเปลี่ยนรูปแบบเป็นละครเครื่องใหญ่ มีการเปลี่ยนฉากให้สมจริงตามบทละคร และได้การแสดงละครชาตรีในโรงละครแห่งชาติเป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้คนได้ชมและเป็นการอนุรักษ์ในศิลปวัฒนธรรมไทย จากการศึกษาการขับร้องจากอาจารย์นิษา ถนอมรูป พบว่าอาจารย์มีกลวิธีเอกลักษณ์เฉพาะ จะเน้นในเรื่องของถ้อยคำที่ชัดเจน คำควบกล้ำ การครั่นเสียง และการเอื้อนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้า หรือว่าเพลงเร็วก็จะสามารถใส่อารมณ์ ความรู้สึกได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน แม้ผู้ฟังไม่ได้เห็นการแสดง เพียงแค่ได้ยินเสียงการขับร้องก็จะสามารถจินตนาการและเข้าใจในอารมณ์ของผู้แสดงได้ จากการศึกษาวิธีตีโทน และกลองชาตรีจากอาจารย์บุญช่วย แสงอนันต์ พบว่า อาจารย์มีความรู้ความสามารถในการตีโทน และกลองชาตรี ซึ่งอาจารย์มีความชำนาญเป็นพิเศษ สามารถตีได้อย่างคล่องแคล้ว แม่นยำ รู้และเข้าใจบทร้องและทำนองเพลงเป็นอย่างดี สามารถตีสอดรับกับการร้องได้ถูกต้องตามจังหวะและสนิทสนมกลมกลืนไปกับการร้อง ตามระเบียบแบบแผนอีกทั้งตีโทนได้สอดคล้องกับกลองชาตรีอย่างสนิทสนมกลมกลืนไปในแนวเดียวกันตามจังหวะของเพลง รู้และเข้าใจท่ารำและบทบาทของตัวละครในการตีประกอบบรรเลงและประกอบการแสดง ความสัมพันธ์ของการขับร้องกับการตีโทน และชาตรี ในละครชาตรี เรื่อง พระสุธนมโนราห์ นักร้องจะต้องมีความแม่นยำในจังหวะหน้าทับ มีความชำนาญในการร้องประกอบการแสดง จะต้องเข้าใจถึงอารมณ์ บทบาทของผู้แสดงและบทบาทของตัวละครนั้น ๆ ทั้งผู้ขับร้องจะต้องมีส่วนถ่ายทอดอารมณ์ต่าง ๆ ของผู้แสดง ให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจในเรื่องเป็นอย่างดี ผู้ตีโทนและกลองชาตรี จะต้องมีปฏิภาณไหวพริบสัมพันธ์สอดคล้องกันระหว่างโทนและกลองชาตรี และสามารถตีสอดประสานกับการขับร้องได้อย่างกลมกลืน การตีโทนและกลองชาตรีนั้น จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของการตีกลอง ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นการอนุรักษ์ และสืบทอดให้คนรุ่นหลัง และผู้ที่มีความสนใจได้ศึกษาค้นคว้า เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป

Published date : Aug 14, 2019
Publisher : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
Page : -
Rating :
ห้องสมุด : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
Available Unlimited
SHARE ON SOCIAL MEDIA :

MARC Information

020 a : ISBN 
 
084 a : เลขหมู่ Classification number 
2557-21 
245 a : ชื่อเรื่อง Title 
ศึกษาการขับร้องกับการตีโทน และกลองชาตรี ในละครชาตรีเรื่องพระสุธนมโนราห์ 
260 b : ชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ Name of publisher 
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม 
260 c : ปีที่พิมพ์ Date of publication 
2557 
300 a : จำนวนหน้า Total pages 
 
520 a : เนื้อเรื่องย่อ Description 
ศิลปนิพนธ์เรื่อง การขับร้องกับการตีโทน และกลองชาตรี ในละครชาตรี เรื่อง พระสุธนมโนราห์ การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ศึกษาประวัติ บทบาท หน้าที่กลวิธี ความสัมพันธ์ของการขับร้องกับจังหวะหน้าทับและบันทึกเป็นโน้ตไทย โดยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารตำรา งานวิจัย และเก็บข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดุริยางคศิลป์ ดังมีผลการวิจัยดังนี้ ผลจากการวิจัยพบว่า ละครชาตรีเป็นละครที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และเป็นที่นิยมเล่นในแถบภาคใต้ของประเทศไทย โดยมี โทน และกลองชาตรี เป็นเครื่องกำกับจังหวะหน้าทับที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละเพลง ส่วนการร้องจะใช้การร้องร่ายเป็นหลักในการดำเนินเรื่อง ซึ่งการร้องประเภทนี้จะต้องเน้นหนักในเรื่องของอารมณ์ช้าเร็ว จากนั้นทางสำนักการสังคีต กรมศิลปากรได้มีการพัฒนาและปรับปรุงละครชาตรีให้แตกต่างจากละครชาตรีแก้บนทั่วไป โดยเปลี่ยนรูปแบบเป็นละครเครื่องใหญ่ มีการเปลี่ยนฉากให้สมจริงตามบทละคร และได้การแสดงละครชาตรีในโรงละครแห่งชาติเป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้คนได้ชมและเป็นการอนุรักษ์ในศิลปวัฒนธรรมไทย จากการศึกษาการขับร้องจากอาจารย์นิษา ถนอมรูป พบว่าอาจารย์มีกลวิธีเอกลักษณ์เฉพาะ จะเน้นในเรื่องของถ้อยคำที่ชัดเจน คำควบกล้ำ การครั่นเสียง และการเอื้อนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้า หรือว่าเพลงเร็วก็จะสามารถใส่อารมณ์ ความรู้สึกได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน แม้ผู้ฟังไม่ได้เห็นการแสดง เพียงแค่ได้ยินเสียงการขับร้องก็จะสามารถจินตนาการและเข้าใจในอารมณ์ของผู้แสดงได้ จากการศึกษาวิธีตีโทน และกลองชาตรีจากอาจารย์บุญช่วย แสงอนันต์ พบว่า อาจารย์มีความรู้ความสามารถในการตีโทน และกลองชาตรี ซึ่งอาจารย์มีความชำนาญเป็นพิเศษ สามารถตีได้อย่างคล่องแคล้ว แม่นยำ รู้และเข้าใจบทร้องและทำนองเพลงเป็นอย่างดี สามารถตีสอดรับกับการร้องได้ถูกต้องตามจังหวะและสนิทสนมกลมกลืนไปกับการร้อง ตามระเบียบแบบแผนอีกทั้งตีโทนได้สอดคล้องกับกลองชาตรีอย่างสนิทสนมกลมกลืนไปในแนวเดียวกันตามจังหวะของเพลง รู้และเข้าใจท่ารำและบทบาทของตัวละครในการตีประกอบบรรเลงและประกอบการแสดง ความสัมพันธ์ของการขับร้องกับการตีโทน และชาตรี ในละครชาตรี เรื่อง พระสุธนมโนราห์ นักร้องจะต้องมีความแม่นยำในจังหวะหน้าทับ มีความชำนาญในการร้องประกอบการแสดง จะต้องเข้าใจถึงอารมณ์ บทบาทของผู้แสดงและบทบาทของตัวละครนั้น ๆ ทั้งผู้ขับร้องจะต้องมีส่วนถ่ายทอดอารมณ์ต่าง ๆ ของผู้แสดง ให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจในเรื่องเป็นอย่างดี ผู้ตีโทนและกลองชาตรี จะต้องมีปฏิภาณไหวพริบสัมพันธ์สอดคล้องกันระหว่างโทนและกลองชาตรี และสามารถตีสอดประสานกับการขับร้องได้อย่างกลมกลืน การตีโทนและกลองชาตรีนั้น จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของการตีกลอง ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นการอนุรักษ์ และสืบทอดให้คนรุ่นหลัง และผู้ที่มีความสนใจได้ศึกษาค้นคว้า เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป 
650 a : หัวเรื่อง Subject 
 
710 a : คณะ ภาควิชา Faculty Department 
ภาควิชาดุริยางคศิลป์ศึกษา คณะศิลปศึกษา 

No Reviews

  1. There are no reviews yet, why not be the first.