ศึกษาการถ่ายทอดและกลวิธีการตีกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองของ ครูมโน ปลื้มปรีชา กรณีศึกษาครูสมาน น้อยนิตย์

ศิลปนิพนธ์เรื่อง ศึกษาการถ่ายทอดและกลวิธีการตีกลองแขกประกอบการแสดง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองของครูโม ปลื้มปรีชา กรณีศึกษา ครูสมาน น้อยนิตย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การถ่ายทอดกลวิธีการตีกลองแขก โครงสร้าง รูปแบบหน้าทับกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบอง และศึกษาประวัติผลงาน ของ ครูโม ปลื้มปรีชา และครูสมาน น้อยนิตย์ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นี้ได้จากการศึกษาค้นคว้าโดยการเก็บข้อมูล จาก เอกสาร ตำรา หนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และการสัมภาษณ์ จากการศึกษาพบว่า การถ่ายทอดกลวิธีการตีกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองครูโม ปลื้มปรีชานั้น ได้ถ่ายทอดให้กับครูสมาน น้อยนิตย์ แบบตัวต่อตัว ยึดหลักตำราปี่ชวากลองแขกของสำนักดาบพุทไธสวรรย์ ซึ่งครูสมาน น้อยนิตย์ ได้ใช้วิธีการจดบันทึกและใช้วิธีการจำ แล้วนำมาปฏิบัติตาม โดยเริ่มฝึกตั้งแต่การนั่ง การวางมือ การตีกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองนั้น ครูสมาน น้อยนิตย์ ได้มีฝึกวิธีการเข้าหน้าทับระหว่างทำนองเพลงกับการแสดง ให้มีความสอดคล้องกับกระบวนท่ารำในการแสดงชุดต่างๆ จำนวน 5 ชุด ซึ่งครูสมาน น้อยนิตย์ยังคงรักษาหน้าทับกลองของเดิมตามที่ครูโม ปลื้มปรีชาได้ถ่ายทอดให้ไว้ตั้งแต่ดั้งเดิม การศึกษาโครงสร้าง รูปแบบและหน้าทับกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ ป้องกันตัวกระบี่กระบอง พบว่า การแสดงกระบี่กระบองนั้น ใช้วงปี่ชวากลองแขกมาการบรรเลง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1. หน้าทับพิเศษใช้สำหรับตีประกอบการรำไหว้ครู ช่วงที่ 2. หน้าทับโยนอัตราจังหวะ 2 ชั้น มีความเร็วปานกลางใช้ประกอบท่ารำที่เรียกว่า ท่าย่างสามขุม และช่วงที่ 3. หน้าทับแปลงอัตราจังหวะชั้นเดียวใช้ตีประกอบการต่อสู้เข้าตีของศัสตราวุธ ซึ่งในขั้นตอนนี้วงปี่ชวากลองแขกจะมีสำนวนเพลงและจังหวะกลองที่เน้นย้ำตามท่าทางของการแสดงกระบี่กระบองเพื่อให้เกิดความตื่นเต้นเล้าใจเพื่อความสมบทบาทของการแสดงในสำนักดาบพุทไทยสวรรย์ ได้กำหนดทำนองเพลงและจังหวะหน้าทับเอาไว้ตีประกอบการแสดงประจำของแต่ละอาวุธไว้ ดังนี้ 1. หน้าทับกระบี่ลีลา ใช้กับ อาวุธกระบี่ 2. หน้าทับโยนดาบ ใช้กับ อาวุธดาบคู่ 3.หน้าทับสมิงทอง ใช้กับ อาวุธดาบดั้ง 4. หน้าทับขึ้นม้า ใช้กับ อาวุธง้าว และ 5.หน้าทับลงสรง ใช้กับ อาวุธพลองไม้สั้น ครูโม ปลื้มปรีชา และครูสมาน น้อยนิตย์เป็นบรมครู ผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ความสามารถในเรื่องเครื่องหนังนับว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากนักดนตรีไทยทั่วไปและมีลูกศิษย์มาก ซึ่งเป็นผู้ที่รักษาขนบธรรมเนียมจารีตแบบแผนและถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์มาจนถึงปัจจุบัน

Published date : Aug 15, 2019
Publisher : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
Page : -
Rating :
ห้องสมุด : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
Available Unlimited
SHARE ON SOCIAL MEDIA :

MARC Information

020 a : ISBN 
 
084 a : เลขหมู่ Classification number 
2560-25 
245 a : ชื่อเรื่อง Title 
ศึกษาการถ่ายทอดและกลวิธีการตีกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองของ ครูมโน ปลื้มปรีชา กรณีศึกษาครูสมาน น้อยนิตย์ 
260 b : ชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ Name of publisher 
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม 
260 c : ปีที่พิมพ์ Date of publication 
2560 
300 a : จำนวนหน้า Total pages 
 
520 a : เนื้อเรื่องย่อ Description 
ศิลปนิพนธ์เรื่อง ศึกษาการถ่ายทอดและกลวิธีการตีกลองแขกประกอบการแสดง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองของครูโม ปลื้มปรีชา กรณีศึกษา ครูสมาน น้อยนิตย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การถ่ายทอดกลวิธีการตีกลองแขก โครงสร้าง รูปแบบหน้าทับกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบอง และศึกษาประวัติผลงาน ของ ครูโม ปลื้มปรีชา และครูสมาน น้อยนิตย์ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นี้ได้จากการศึกษาค้นคว้าโดยการเก็บข้อมูล จาก เอกสาร ตำรา หนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และการสัมภาษณ์ จากการศึกษาพบว่า การถ่ายทอดกลวิธีการตีกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองครูโม ปลื้มปรีชานั้น ได้ถ่ายทอดให้กับครูสมาน น้อยนิตย์ แบบตัวต่อตัว ยึดหลักตำราปี่ชวากลองแขกของสำนักดาบพุทไธสวรรย์ ซึ่งครูสมาน น้อยนิตย์ ได้ใช้วิธีการจดบันทึกและใช้วิธีการจำ แล้วนำมาปฏิบัติตาม โดยเริ่มฝึกตั้งแต่การนั่ง การวางมือ การตีกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวกระบี่กระบองนั้น ครูสมาน น้อยนิตย์ ได้มีฝึกวิธีการเข้าหน้าทับระหว่างทำนองเพลงกับการแสดง ให้มีความสอดคล้องกับกระบวนท่ารำในการแสดงชุดต่างๆ จำนวน 5 ชุด ซึ่งครูสมาน น้อยนิตย์ยังคงรักษาหน้าทับกลองของเดิมตามที่ครูโม ปลื้มปรีชาได้ถ่ายทอดให้ไว้ตั้งแต่ดั้งเดิม การศึกษาโครงสร้าง รูปแบบและหน้าทับกลองแขกประกอบการแสดงศิลปะการต่อสู้ ป้องกันตัวกระบี่กระบอง พบว่า การแสดงกระบี่กระบองนั้น ใช้วงปี่ชวากลองแขกมาการบรรเลง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1. หน้าทับพิเศษใช้สำหรับตีประกอบการรำไหว้ครู ช่วงที่ 2. หน้าทับโยนอัตราจังหวะ 2 ชั้น มีความเร็วปานกลางใช้ประกอบท่ารำที่เรียกว่า ท่าย่างสามขุม และช่วงที่ 3. หน้าทับแปลงอัตราจังหวะชั้นเดียวใช้ตีประกอบการต่อสู้เข้าตีของศัสตราวุธ ซึ่งในขั้นตอนนี้วงปี่ชวากลองแขกจะมีสำนวนเพลงและจังหวะกลองที่เน้นย้ำตามท่าทางของการแสดงกระบี่กระบองเพื่อให้เกิดความตื่นเต้นเล้าใจเพื่อความสมบทบาทของการแสดงในสำนักดาบพุทไทยสวรรย์ ได้กำหนดทำนองเพลงและจังหวะหน้าทับเอาไว้ตีประกอบการแสดงประจำของแต่ละอาวุธไว้ ดังนี้ 1. หน้าทับกระบี่ลีลา ใช้กับ อาวุธกระบี่ 2. หน้าทับโยนดาบ ใช้กับ อาวุธดาบคู่ 3.หน้าทับสมิงทอง ใช้กับ อาวุธดาบดั้ง 4. หน้าทับขึ้นม้า ใช้กับ อาวุธง้าว และ 5.หน้าทับลงสรง ใช้กับ อาวุธพลองไม้สั้น ครูโม ปลื้มปรีชา และครูสมาน น้อยนิตย์เป็นบรมครู ผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ความสามารถในเรื่องเครื่องหนังนับว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากนักดนตรีไทยทั่วไปและมีลูกศิษย์มาก ซึ่งเป็นผู้ที่รักษาขนบธรรมเนียมจารีตแบบแผนและถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์มาจนถึงปัจจุบัน 
650 a : หัวเรื่อง Subject 
 
710 a : คณะ ภาควิชา Faculty Department 
ภาควิชาดุริยางคศิลป์ศึกษา คณะศิลปศึกษา 

No Reviews

  1. There are no reviews yet, why not be the first.