กลวิธีขับร้องเพลงโอ้ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและศึกษากลวิธีขับร้องเพลงโอ้ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะในการขับร้องและเพื่ออนุรักษ์สืบทอดกลวิธีในการขับร้องเพลงโอ้ที่ถูกต้อง และมีระเบียบแบบแผน โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารและการออกภาคสนาม ใช้เพลงในการวิเคราะห์จำนวน 6 เพลง คือ โอ้ชาตรี โอ้โลมใน โอ้โลมเพลงฉิ่ง โอ้บูชากูณฑ์ โอ้ปี่ โอ้ร่าย ผลการวิจัยพบว่า เพลงโอ้เป็นเพลงที่ไม่ใช้จังหวะหน้าทับ แต่จะใช้จังหวะฉิ่งแทนและใช้เฉพาะ กับตัวละครที่เป็นตัวสำคัญและตัวเอกในเรื่อง มีบทบาทในการแสดงอารมณ์ 2 อย่าง คือ อารมณ์รักและ อารมณ์โศกเศร้าเสียใจ ในการรำประกอบเพลงโอ้ ผู้แสดงจะตีบทไปตามคำร้อง ตอนดนตรีรับผู้แสดง จะตีบทตามอารมณ์เพลงและพบว่า แต่ละเพลงมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันดังนี้ เพลงโอ้ชาตรี ใช้อัตราจังหวะฉิ่งตัดใน 1 คำกลอน มี 7 จังหวะ แบ่งเป็นการขับร้อง 3 จังหวะ การบรรเลง สอดรับดนตรีรับร้อง 2 จังหวะโดยแบ่งเป็นดนตรีสอดรับ 1 จังหวะ ดนตรีบรรเลงรับ 1 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะเพลงโอ้โลมใน ใช้อัตราจังหวะฉิ่งตัดใน 1 คำกลอน มี 4 จังหวะผู้ขับร้องจะขับร้องจนหมด คำกลอนและร้องต่อจนจบเนื้อร้องโดยไม่มีดนตรีรับ เพลงโอ้โลมเพลงฉิ่ง ใช้อัตราจังหวะฉิ่งตัด ใน 1 เที่ยวเพลง มี 15 จังหวะ แบ่งเป็นการขับร้อง 8 จังหวะ การบรรเลงดนตรีรับร้อง 7 จังหวะ ผู้ขับร้องจะร้องในคำกลอนที่ 1 จนจบคำกลอนที่ 2 แล้วดนตรีบรรเลงรับ เพลงโอ้บูชากูณฑ์ใช้อัตราจังหวะฉิ่ง 2 ชั้นใช้หน้าทับสองไม้ 2 ชั้น เป็นเพลงท่อนเดียว ใน 1 คำกลอน มี 9 จังหวะ ดนตรีจะบรรเลงส่งร้อง 1 จังหวะ ผู้ขับร้องต้นเสียงจะขับร้องใน 5 จังหวะแรกผู้ขับร้องลูกคู่ จะรับใน 2 จังหวะหลัง ดนตรีบรรเลงสอดรับ 1 จังหวะ ในคำกลอนที่ 2 มี 16 จังหวะ ผู้ขับร้องต้นเสียง ขึ้นคำร้องคำกลอนที่ 2 ใน 5 จังหวะแรก ผู้ขับร้องลูกคู่จะรับใน 2 จังหวะหลัง ดนตรีบรรเลงสอดรับ 1 จังหวะและบรรเลงรับ 8 จังหวะ เพลงโอ้ปี่ใน ใช้อัตราจังหวะ ฉิ่งตัด ใน 1 คำกลอน มี 7 จังหวะ แบ่งเป็นการขับร้อง 3 จังหวะการบรรเลง สอดรับดนตรีรับร้อง 2 จังหวะโดยแบ่งเป็นดนตรีสอดรับ 1 จังหวะ ดนตรีบรรเลงรับ 1 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะ ในคำกลอนสุดท้ายของเพลงจะร้องครวญเพื่อแสดงสัญลักษณ์ ของเพลงโอ้ปี่ในโดยในคำกลอนสุดท้ายมี 11 จังหวะ โดยแบ่งเป็นการขับร้องต้นเสียง ( ครวญ ) 6 จังหวะ การบรรเลงสอดรับดนตรีรับร้อง 2 จังหวะโดยแบ่งเป็นดนตรีสอดรับ 1 จังหวะ ดนตรีบรรเลงรับ 1 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะ เพลงโอ้ร่ายใช้อัตราจังหวะฉิ่ง 2 ชั้น ใช้หน้าทับสองไม้ 2 ชั้น เป็นเพลงท่อนเดียว ใน 1 คำกลอน มี 13 จังหวะ ผู้ขับร้องต้นเสียงจะขับร้องใน 4 จังหวะแรก ลูกคู่จะรับใน 1 จังหวะหลัง และดนตรีบรรเลงรับ 8 จังหวะ จากนั้นบรรเลงส่งร้องและใช้รูปแบบการบรรเลงขับร้องแบบนี้จนจบเพลง ทั้งนี้ในจังหวะสุดท้ายของ การขับร้องในแต่ละคำกลอน มีการบากจังหวะหน้าทับแล้วหยุดจังหวะหน้าทับลง เมื่อดนตรีบรรเลง ถึงทำนองลูกโยนจังหวะหน้าทับก็จะสอดเข้าบรรเลงต่อจนจบเพลง การขับร้องเพลงโอ้ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ผู้ขับร้องต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญการร้องเข้าใจบทร้อง เป็นอย่างดีและเข้าถึงอารมณ์ของผู้แสดง ใส่อารมณ์ให้เหมาะสมกับบทร้อง ผู้แสดงและผู้ขับร้องต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะผู้ขับร้องจะต้องร้องออกมาในรูปแบบของการแสดงอารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครนั้นๆ

Published date : Aug 15, 2019
Publisher : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
Page : -
Rating :
ห้องสมุด : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
Available Unlimited
SHARE ON SOCIAL MEDIA :

MARC Information

020 a : ISBN 
 
084 a : เลขหมู่ Classification number 
2559-20 
100 a : ชื่อผู้แต่ง Author 
245 a : ชื่อเรื่อง Title 
กลวิธีขับร้องเพลงโอ้ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ 
260 c : ปีที่พิมพ์ Date of publication 
2559 
260 b : ชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ Name of publisher 
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม 
300 a : จำนวนหน้า Total pages 
 
520 a : เนื้อเรื่องย่อ Description 
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและศึกษากลวิธีขับร้องเพลงโอ้ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะในการขับร้องและเพื่ออนุรักษ์สืบทอดกลวิธีในการขับร้องเพลงโอ้ที่ถูกต้อง และมีระเบียบแบบแผน โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารและการออกภาคสนาม ใช้เพลงในการวิเคราะห์จำนวน 6 เพลง คือ โอ้ชาตรี โอ้โลมใน โอ้โลมเพลงฉิ่ง โอ้บูชากูณฑ์ โอ้ปี่ โอ้ร่าย ผลการวิจัยพบว่า เพลงโอ้เป็นเพลงที่ไม่ใช้จังหวะหน้าทับ แต่จะใช้จังหวะฉิ่งแทนและใช้เฉพาะ กับตัวละครที่เป็นตัวสำคัญและตัวเอกในเรื่อง มีบทบาทในการแสดงอารมณ์ 2 อย่าง คือ อารมณ์รักและ อารมณ์โศกเศร้าเสียใจ ในการรำประกอบเพลงโอ้ ผู้แสดงจะตีบทไปตามคำร้อง ตอนดนตรีรับผู้แสดง จะตีบทตามอารมณ์เพลงและพบว่า แต่ละเพลงมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันดังนี้ เพลงโอ้ชาตรี ใช้อัตราจังหวะฉิ่งตัดใน 1 คำกลอน มี 7 จังหวะ แบ่งเป็นการขับร้อง 3 จังหวะ การบรรเลง สอดรับดนตรีรับร้อง 2 จังหวะโดยแบ่งเป็นดนตรีสอดรับ 1 จังหวะ ดนตรีบรรเลงรับ 1 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะเพลงโอ้โลมใน ใช้อัตราจังหวะฉิ่งตัดใน 1 คำกลอน มี 4 จังหวะผู้ขับร้องจะขับร้องจนหมด คำกลอนและร้องต่อจนจบเนื้อร้องโดยไม่มีดนตรีรับ เพลงโอ้โลมเพลงฉิ่ง ใช้อัตราจังหวะฉิ่งตัด ใน 1 เที่ยวเพลง มี 15 จังหวะ แบ่งเป็นการขับร้อง 8 จังหวะ การบรรเลงดนตรีรับร้อง 7 จังหวะ ผู้ขับร้องจะร้องในคำกลอนที่ 1 จนจบคำกลอนที่ 2 แล้วดนตรีบรรเลงรับ เพลงโอ้บูชากูณฑ์ใช้อัตราจังหวะฉิ่ง 2 ชั้นใช้หน้าทับสองไม้ 2 ชั้น เป็นเพลงท่อนเดียว ใน 1 คำกลอน มี 9 จังหวะ ดนตรีจะบรรเลงส่งร้อง 1 จังหวะ ผู้ขับร้องต้นเสียงจะขับร้องใน 5 จังหวะแรกผู้ขับร้องลูกคู่ จะรับใน 2 จังหวะหลัง ดนตรีบรรเลงสอดรับ 1 จังหวะ ในคำกลอนที่ 2 มี 16 จังหวะ ผู้ขับร้องต้นเสียง ขึ้นคำร้องคำกลอนที่ 2 ใน 5 จังหวะแรก ผู้ขับร้องลูกคู่จะรับใน 2 จังหวะหลัง ดนตรีบรรเลงสอดรับ 1 จังหวะและบรรเลงรับ 8 จังหวะ เพลงโอ้ปี่ใน ใช้อัตราจังหวะ ฉิ่งตัด ใน 1 คำกลอน มี 7 จังหวะ แบ่งเป็นการขับร้อง 3 จังหวะการบรรเลง สอดรับดนตรีรับร้อง 2 จังหวะโดยแบ่งเป็นดนตรีสอดรับ 1 จังหวะ ดนตรีบรรเลงรับ 1 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะ ในคำกลอนสุดท้ายของเพลงจะร้องครวญเพื่อแสดงสัญลักษณ์ ของเพลงโอ้ปี่ในโดยในคำกลอนสุดท้ายมี 11 จังหวะ โดยแบ่งเป็นการขับร้องต้นเสียง ( ครวญ ) 6 จังหวะ การบรรเลงสอดรับดนตรีรับร้อง 2 จังหวะโดยแบ่งเป็นดนตรีสอดรับ 1 จังหวะ ดนตรีบรรเลงรับ 1 จังหวะ แล้วลูกคู่รับร้อง 2 จังหวะ เพลงโอ้ร่ายใช้อัตราจังหวะฉิ่ง 2 ชั้น ใช้หน้าทับสองไม้ 2 ชั้น เป็นเพลงท่อนเดียว ใน 1 คำกลอน มี 13 จังหวะ ผู้ขับร้องต้นเสียงจะขับร้องใน 4 จังหวะแรก ลูกคู่จะรับใน 1 จังหวะหลัง และดนตรีบรรเลงรับ 8 จังหวะ จากนั้นบรรเลงส่งร้องและใช้รูปแบบการบรรเลงขับร้องแบบนี้จนจบเพลง ทั้งนี้ในจังหวะสุดท้ายของ การขับร้องในแต่ละคำกลอน มีการบากจังหวะหน้าทับแล้วหยุดจังหวะหน้าทับลง เมื่อดนตรีบรรเลง ถึงทำนองลูกโยนจังหวะหน้าทับก็จะสอดเข้าบรรเลงต่อจนจบเพลง การขับร้องเพลงโอ้ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ผู้ขับร้องต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญการร้องเข้าใจบทร้อง เป็นอย่างดีและเข้าถึงอารมณ์ของผู้แสดง ใส่อารมณ์ให้เหมาะสมกับบทร้อง ผู้แสดงและผู้ขับร้องต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะผู้ขับร้องจะต้องร้องออกมาในรูปแบบของการแสดงอารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครนั้นๆ 
650 a : หัวเรื่อง Subject 
 
710 a : คณะ ภาควิชา Faculty Department 
ภาควิชาดุริยางคศิลป์ศึกษา คณะศิลปศึกษา 

No Reviews

  1. There are no reviews yet, why not be the first.