การวิจัยเรื่องการปรับวงมโหรีเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาแนวคิดและหลักการ ปรับวงมโหรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคล ข้อมูลเอกสาร ตำราและงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของงานวิจัยซึ่งผลการวิจัยพบว่า วงมโหรีเป็นวงดนตรีไทยประเภทหนึ่งที่ประสมไปด้วยเครื่องดนตรีประเภท ดีด สี ตี เป่า และการขับร้อง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาใช้บรรเลงขับกล่อมในราชสำนักเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนั้น วงมโหรียังใช้บรรเลงในงานมงคล แนวคิดและหลักการปรับวงมโหรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีแนวคิดและหลักการบรรเลงคล้ายกันได้แก่ การดำเนินทำนองเป็นไปในทิศทางเดียวกันไม่นิยมให้เครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดดเด่น โดยมีซอสามสายทำหน้าที่บรรเลง คลอร้อง ช่วยให้ผู้ขับร้องสามารถขับร้องได้ตรงเสียง การปรับวงต้องมีความพร้อมเพรียงเรียบร้อย กลมกลืนกันให้มากที่สุด และองค์ประกอบที่สำคัญในการปรับวงคือ ผู้ปรับวง ผู้บรรเลง ผู้ขับร้อง เครื่องดนตรี และเพลง ซึ่งจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมิได้ กล่าวคือผู้ปรับวงจะเป็นผู้เลือกสรรผู้บรรเลง และผู้ขับร้องที่มีความรู้ มีทักษะฝีมือในการบรรเลงและขับร้อง รวมทั้งต้องเลือกเครื่องดนตรีที่มีลักษณะทางกายภาพ และคุณภาพเสียงที่ดี เพลงที่นำมาบรรเลงต้องเป็นเพลงที่มีความเป็นสิริมงคล นิยมบรรเลงเพลงประเภทเพลงตับ เพลงเกร็ด และเพลงเถา ลักษณะการบรรเลงเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ต้องปรับให้สอดรับกับเครื่องดนตรีในวงเครื่องสาย การบรรเลงจังหวะหน้าทับอัตราจังหวะสามชั้น ให้สวมขึ้นจังหวะหน้าทับในการขับร้องจากท้ายหน้าทับแล้วขึ้นต้นจังหวะหน้าทับ ไม่นิยมขึ้นระหว่างกลางหน้าทับ เว้นแต่เป็นทำนองในอัตราจังหวะสองชั้น นอกจากนี้ผู้ปรับวงจะต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในด้านดุริยางค์ไทยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมีทักษะฝีมือในการบรรเลงเป็นอย่างดี ส่วนผู้ขับร้องต้องมีลักษณะกระแสเสียงที่ดี อักขระชัดเจน มีความจำเป็นเลิศ สามารถจดจำบทร้องได้ เข้าใจในอารมณ์เพลง และขับร้องได้อย่างถูกต้อง การศึกษาแนวคิดและหลักการปรับวงมโหรี ถือว่าเป็นองค์ความรู้แขนงหนึ่งที่จะสามารถทำให้ผู้ปรับวงเข้าใจในระเบียบแบบแผน หลักการและแนวคิดตามหลักของดุริยางคศาสตร์ รวมทั้งทำให้ผู้ที่มีความสนใจที่เกี่ยวกับการปรับวงมโหรีได้ศึกษาเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาชีพของตนเองต่อไป

Published date : Aug 15, 2019
Publisher : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
Page : -
Rating :
ห้องสมุด : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
Available Unlimited
SHARE ON SOCIAL MEDIA :

MARC Information

020 a : ISBN 
 
084 a : เลขหมู่ Classification number 
2559-23 
245 a : ชื่อเรื่อง Title 
การปรับวงมโหรี 
260 b : ชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ Name of publisher 
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม 
260 c : ปีที่พิมพ์ Date of publication 
2559 
300 a : จำนวนหน้า Total pages 
 
520 a : เนื้อเรื่องย่อ Description 
การวิจัยเรื่องการปรับวงมโหรีเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาแนวคิดและหลักการ ปรับวงมโหรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคล ข้อมูลเอกสาร ตำราและงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของงานวิจัยซึ่งผลการวิจัยพบว่า วงมโหรีเป็นวงดนตรีไทยประเภทหนึ่งที่ประสมไปด้วยเครื่องดนตรีประเภท ดีด สี ตี เป่า และการขับร้อง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาใช้บรรเลงขับกล่อมในราชสำนักเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนั้น วงมโหรียังใช้บรรเลงในงานมงคล แนวคิดและหลักการปรับวงมโหรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีแนวคิดและหลักการบรรเลงคล้ายกันได้แก่ การดำเนินทำนองเป็นไปในทิศทางเดียวกันไม่นิยมให้เครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดดเด่น โดยมีซอสามสายทำหน้าที่บรรเลง คลอร้อง ช่วยให้ผู้ขับร้องสามารถขับร้องได้ตรงเสียง การปรับวงต้องมีความพร้อมเพรียงเรียบร้อย กลมกลืนกันให้มากที่สุด และองค์ประกอบที่สำคัญในการปรับวงคือ ผู้ปรับวง ผู้บรรเลง ผู้ขับร้อง เครื่องดนตรี และเพลง ซึ่งจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมิได้ กล่าวคือผู้ปรับวงจะเป็นผู้เลือกสรรผู้บรรเลง และผู้ขับร้องที่มีความรู้ มีทักษะฝีมือในการบรรเลงและขับร้อง รวมทั้งต้องเลือกเครื่องดนตรีที่มีลักษณะทางกายภาพ และคุณภาพเสียงที่ดี เพลงที่นำมาบรรเลงต้องเป็นเพลงที่มีความเป็นสิริมงคล นิยมบรรเลงเพลงประเภทเพลงตับ เพลงเกร็ด และเพลงเถา ลักษณะการบรรเลงเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ต้องปรับให้สอดรับกับเครื่องดนตรีในวงเครื่องสาย การบรรเลงจังหวะหน้าทับอัตราจังหวะสามชั้น ให้สวมขึ้นจังหวะหน้าทับในการขับร้องจากท้ายหน้าทับแล้วขึ้นต้นจังหวะหน้าทับ ไม่นิยมขึ้นระหว่างกลางหน้าทับ เว้นแต่เป็นทำนองในอัตราจังหวะสองชั้น นอกจากนี้ผู้ปรับวงจะต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในด้านดุริยางค์ไทยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมีทักษะฝีมือในการบรรเลงเป็นอย่างดี ส่วนผู้ขับร้องต้องมีลักษณะกระแสเสียงที่ดี อักขระชัดเจน มีความจำเป็นเลิศ สามารถจดจำบทร้องได้ เข้าใจในอารมณ์เพลง และขับร้องได้อย่างถูกต้อง การศึกษาแนวคิดและหลักการปรับวงมโหรี ถือว่าเป็นองค์ความรู้แขนงหนึ่งที่จะสามารถทำให้ผู้ปรับวงเข้าใจในระเบียบแบบแผน หลักการและแนวคิดตามหลักของดุริยางคศาสตร์ รวมทั้งทำให้ผู้ที่มีความสนใจที่เกี่ยวกับการปรับวงมโหรีได้ศึกษาเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาชีพของตนเองต่อไป 
650 a : หัวเรื่อง Subject 
 
710 a : คณะ ภาควิชา Faculty Department 
ภาควิชาดุริยางคศิลป์ศึกษา คณะศิลปศึกษา 

No Reviews

  1. There are no reviews yet, why not be the first.